จะจบในรุ่นของท่านหรือในรุ่นของผม เลือกเอา!

จะจบในรุ่นของท่านหรือในรุ่นของผม เลือกเอา!


ถ้าคนรุ่นหลังต้องเป็นผู้จบแทน มันอาจไม่ใช่จุดจบที่สวยงามสำหรับพวกท่านก็เป็นได้

“จะจบในรุ่นของท่าน หรือจะให้ท่านจบในรุ่นของผม เลือกเอา !”

ย้อนอ่านคำเตือน รังสิมันต์ โรม ถึง ส.ส. ฟากรัฐบาล และ ส.ว. ในการอภิปรายสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ “รื้อระบอบประยุทธ์” ของ Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

“มีความรู้สึกมากเหลือเกินที่ในสภาแห่งนี้ยังมีคนที่อ้างว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะได้รับความเห็นชอบจากพี่น้องประชาชน 16 ล้านคนในการทำประชามติ ดังนั้น แค่แสนกว่าเสียงอย่าเหิมเกริมริอาจคิดมาแก้”

“ข้ออ้างเช่นนี้ยังถูกเอื้อนเอ่ยอยู่เสมอ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 60 นับตั้งแต่เริ่มรณรงค์เมื่อช่วงต้นปี 2559 ไปจนถึงวันลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ไม่มีวันและไม่มีทางเลยที่จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ เพราะผู้รณรงค์คัดค้านอย่างผมหรือคนอื่นๆ อีกหลายสิบคนต้องถูกสกัดขัดขวาง ถูกจับกุมคุมขัง ถูกยัดคดี ขณะที่ฝ่าย กรธ. ได้ทุ่มงบประมาณผลิตหนังสือชี้นำออกมาแจกจ่ายเป็นล้านฉบับ เกณฑ์ครู ก.ข.ค. เกณฑ์ รด. ไปเป็นผู้ช่วยรณรงค์ให้ฝ่าย กรธ. ทั่วประเทศ ไปจนถึงการทำสื่อโฆษณาเฉพาะด้านที่อ้างว่าดีของร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ทางโทรทัศน์และออนไลน์ จึงชัดยิ่งกว่าชัดว่าประชามติครั้งนั้นทั้งไม่เสรีและไม่เป็นธรรม”

“แต่ที่นับว่าตลกร้ายคือ หลายคนที่อ้าง 16 ล้านเสียงประชามติแบบผิดๆ คนเหล่านี้เข้ามาในสภาแห่งนี้ได้ด้วยการเคาะจากคนเพียง 15 คนใน คสช. เท่านั้น จึงไม่ทราบว่าเอาความชอบธรรมจากไหนมาพูดคำใหญ่คำโตกันอย่างโจ่งแจ้งได้ถึงเพียงนี้”

“ ส.ว. ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับในอดีตที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือเป็นเสียงที่คอยค้ำยันคณะรัฐประหารให้สืบทอดอำนาจเป็นรัฐบาลต่อไปได้ หลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ตัวเองได้จัดวางเอาไว้ ตัวอย่างที่เราลืมไม่ลงคือวันที่ ส.ว. ทั้งหมดขานชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีราวกับถูกกดปุ่มสั่งมา จนนึกว่าเป็น พรรค ส.ว. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือผลงานชิ้นเดียวของ ส.ว. ที่ประชาชนจดจำได้ ทั้งโดยที่มาและการใช้อำนาจจึงไม่อาจเป็นผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริงได้ และจึงไม่แปลกที่ภาคประชาชนจะเสนอให้ ‘ล้ม’ วุฒิสภา ให้เหลือสภาเดียว

“อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่น้อยหน้าคือ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ทำให้ความน่าเชื่อถือของระบบกฎหมาย “ถูกเซาะกร่อน บ่อนทำลาย” จนแทบไม่เหลือชิ้นดี ภาคประชาชนจึงต้องเสนอให้ “โละ” เอาสิ่งอันเป็นพิษภัยออกไปจากองค์กรผู้ใช้อำนาจตรวจสอบเหล่านี้ และการที่ภาคประชาชนเสนอให้เพิ่มหมวดว่าด้วยการ “ล้าง” ผลพวงรัฐประหาร การป้องกันและต่อต้านรัฐประหาร ก็เพราะพวกเขาเอือมระอาเต็มทนแล้วกับคำกล่าวที่ว่า “เมื่อเสียงปืนดังขึ้น กฎหมายก็เงียบลง” เบื่อเต็มทีแล้วกับการเห็นนักกฎหมายอ้างว่าเมื่อคณะรัฐประหารยึดอำนาจได้แล้วถือเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่อยากจะต้องเห็นคนที่ปล้นอำนาจพวกเขาเข้ามากอบโกยผลประโยชน์กันอย่างเมามัน แล้ว ‘นิรโทษกรรม’ ตัวเองลอยนวลไปมีหน้ามีตาอยู่ในสังคมได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เอาอีกแล้วกับวงจรอุบาทว์เช่นนี้”

“ขอถามกลับบ้างว่า พวกท่านเชื่ออย่างสนิทใจจริงๆหรือ ว่าระบอบตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่นี้มันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องแก้ไขอย่างที่ภาคประชาชนเสนอมา ท่านเชื่อจริงๆ หรือว่าระบอบที่เป็นอยู่มันไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนอย่างเกินส่วน จนมากดทับ มาครอบงำผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน รวมถึงประชาชนเองไม่ให้ทำตามเจตจำนงของพวกเขาได้ ซึ่งในวันหนึ่งผู้ที่ถูกกดทับ ถูกครอบงำ อาจกลายเป็นพวกท่านเองก็ได้”

“ผมขอทดสอบง่ายๆว่า ให้ลองเปลี่ยนกันดู ให้คนที่อยู่ขั้วการเมืองเดียวกัน คิดเห็นทางการเมืองคล้ายๆ กันกับผมไปนั่งอยู่ในองค์กรแต่งตั้งต่างๆ แทนพวกท่าน สมมติว่าให้คณะก้าวหน้าเป็นผู้มีอำนาจจิ้มเลือก ส.ว. ทั้ง 250 คนแทน คสช. ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระมาจากนักกฎหมายที่อาจารย์ปิยบุตรกับพวกแต่งตั้งมา ผมต่อให้พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ยังเป็นฝ่ายค้านต่อ มี ส.ส. เท่าเดิมเลยก็ยังได้ พวกท่านจะยอมรับโดยไม่ปริปากหรือไม่กับสภาพการเมืองแบบนั้น ผมเกรงว่าจะเป็นพวกท่านด้วยซ้ำที่ออกมาร้องแรกแหกกระเชอดังเสียยิ่งกว่าผู้ชุมนุมในตอนนี้ ฉากทัศน์ง่ายๆ แบบนี้ พวกท่านนึกไม่ได้ หรือพยายามไม่นึกกันแน่

“น่าเศร้าที่เรื่องเลวร้ายเหล่านี้ที่ผมไม่อยากเห็น ในความเป็นจริงล้วนเกิดขึ้นทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมปล่อยให้มันคงอยู่หรือเกิดซ้ำอีก ทั้งหมดนี้ต้องถูกสะสาง ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ‘ล้มระบอบประยุทธ์’ คือก้าวแรกของการริเริ่มเพื่อไปสู่จุดหมาย”

“อะไรที่มันจบด้วยมือท่านได้ ก็ขอให้มันจบที่รุ่นของท่าน อย่าดึงดันต่อไปให้เป็นภาระของคนรุ่นหลังต้องมาจบมันแทน เพราะเมื่อถึงจุดนั้นแล้ว มันอาจไม่ใช่จุดจบที่สวยงามสำหรับพวกท่านก็เป็นได้”


Login