สภาเกือบล่ม เพราะพยายามเลี่ยง ญัตติด่วน ‘ขบวนเสด็จ’

สภาเกือบล่ม เพราะพยายามเลี่ยง ญัตติด่วน ‘ขบวนเสด็จ’


สภาเกือบล่ม เพราะพยายามเลี่ยง ญัตติด่วน ‘ขบวนเสด็จ’

24 พฤศจิกายน 2564 เป็นอีกครั้งที่บรรยากาศการประชุมสภาวุ่นตั้งแต่เช้าจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ ‘สภาล่ม’ สาเหตุสำคัญของเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากความพยายามของ ส.ส.รัฐบาล ที่ต้องการใช้ ‘องค์ประชุม’ บีบให้ ญัตติด่วน ‘เรื่องศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563’ ที่จ่อคิวอภิปรายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เลื่อนออกไป แล้วขยับ ญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศแทรกขึ้นมาก่อน

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า ญัตติที่รัฐบาลเสนอยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน จึงขอให้พิจารณาไปตามระเบียบวาระเดิม เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงนำไปสู่การโหวตลงมติชี้ขาด ผลปรากฏว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนด้วยคะแนน 234 ต่อ 80 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1

แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นว่า คนไม่ยอมเข้าประชุม ทราบว่าส่วนใหญ่เป็นของฝ่ายค้าน จึงทำให้ ส.ส. ฝ่ายค้านไม่พอใจ เกิดความวุ่นวายและมีการประท้วงกันไปมา ตามมาด้วยการที่ฝ่ายค้านเสนอให้ขานชื่อนับองค์ประชุม ก่อนเริ่มการพิจารณาญัตติในวันนี้ ขณะที่รัฐบาลแก้เกมด้วยการเสนอญัตติซ้อน ให้ใช้วิธีเสียบบัตรในการนับองค์ประชุม เมื่อข้อถกเถียงไม่ยุติประธานจึงสั่งพักการประชุม 15 นาที ก่อนจะกลับมาตกลงกันที่รัฐบาลถอนญัตติซ้อนออกและมีการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ผลการนับองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งจึงสามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งระหว่างที่มีการโต้เถียงระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ยื่นญัตติ ‘เรื่องศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จพระราชินีเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563’ กล่าวว่า ญัตตินี้สภายังไม่มีการพิจารณา ทั้งที่เป็นเรื่องด่วนที่สุดและบรรจุวาระมาปีเศษแล้ว ญัตติใดจะแทรกก็ต้องตามหลังญัตตินี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของรัฐบาล กระทั่งว่านายตำรวจที่เกี่ยวข้องยังได้รับการแต่งตั้งเลื่อนเป็น พล.ต.ท. ไปหมดแล้วทั้ง 3 คน

‘คดีขบวนเสด็จ’ เป็นคดีที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองที่มีลักษณะไม่ปกติหรือคล้ายมีเจตนาให้เกิดขึ้น โดยมีข้อสังเกตว่า คล้ายกับความพยายามสร้าง ‘ละครแขวนคอ’ ภาค 2 เนื่องจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มีความบกพร่องจากหลักปฏิบัติที่เคยทำในการดูแลเส้นทางเสด็จอย่างไม่น่าเป็นไปได้ และนำไปสู่การจับกุมคุมตัวประชาชนจำนวนมากด้วยข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ อย่างไรก็ตาม ญัตตินี้ถูกเลื่อนมาหลายครั้งในขณะที่ผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดียังคงได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐสภาจะต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้และไม่ควรหลีกเลี่ยงอีกต่อไป

ย้อนฟ้งการอภิปรายของพรรคก้าวไกล :

Login