หรือ ป.ป.ช. ย่อมาจาก ‘ปกป้องคนชั่ว’ ?

หรือ ป.ป.ช. ย่อมาจาก ‘ปกป้องคนชั่ว’ ?


ความรู้สึกต่อการทำงานของบรรดาองค์กรอิสระยุคนี้เป็นอย่างไร เชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่อาจเห็นไปในทางเดียวกับท่าทีของ รังสิมันต์ โรม ที่มีต่อ รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่เข้าสู่สภาว่า เป็น ‘ขยะ’ แล้วโยนทิ้งไป เพราะเป็นรายงานที่เอาไว้ประชาสัมพันธ์ด้านเดียว แต่ไม่ได้ทำจริง ไล่ตรวจสอบแค่ฝ่ายตรงข้าม

“กรณีข่าวงูเห่ารับเงินรับทอง บางกรณีมีคลิปเสียง ป.ป.ช.เคยตรวจสอบหรือไม่ อยู่ดีๆ นักการเมืองที่มาจากประชาชนย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ไม่ทำอะไรเลยหรือ หาก ป.ป.ช. ยังเป็นแบบนี้ แล้วจะปราบคอร์รัปชั่นได้อย่างไร ”

“องค์กร ป.ป.ช. รับงบประมาณในปี พ.ศ. 2564 มากกว่า 2,300 ล้านบาท และปี พ.ศ. 2565 มากกว่า 2,500 ล้านบาท แต่กลับเพิกเฉยต่อกรณีที่เสี่ยงต่อการทุจริตหลายครั้ง เช่น กรณีมูลนิธิป่ารอยต่อ ตั๋วช้าง หรือเรื่องดาวเทียมไทยคม ปรากฏว่า แทบไม่มีการขยับเข้าไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการใดๆ ของ ป.ป.ช. ด้วยตัวเองเลย ผมจึงเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอย่าง ป.ป.ช. ที่รับงบประมาณมหาศาล และทำรายงานออกมาในรูปแบบนี้ ไม่มีความคุ้มค่าใดๆ ต่องบประมาณจากภาษีประชาชนที่เสียไปเลย”





หากถามว่าเรื่องความรู้สึกจะวัดอย่างไร เรายังสามารถมองต่อลงไปได้ที่ตัวชี้วัดเชิงประจักษ์ ผ่านการอภิปรายของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาภาพลักษณ์อันอัปลักษณ์ของการไม่ถูกยอมรับจากประชาชนด้วยตัวเลขจากตัวรายงานฉบับนี้เอง

“จากการสำรวจจากประชาชน 4,678 ราย พบว่า ประชาชนเชื่อมั่น ป.ป.ช. อยู่ที่ระดับปานกลาง ได้คะแนนอยู่ที่ 3.33 ป.ป.ช. มีภาพลักษณ์ดีปานกลาง ได้คะแนนอยู่ที่ 3.32 หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการปราบคอร์รัปชั่นของประเทศนี้ได้คะแนนเท่านี้เองหรือ”

“หากดูจาก ปี 61, 62, 63 คะแนนย่ำอยู่ที่ 36 คะแนน ทั้งที่ปี 57 คะแนนอยู่ที่ 38 คะแนน จึงเป็นสิ่งชี้ชัดได้ว่า รัฐประหารไม่มีทางที่จะขจัดคอร์รัปชั่นได้ มีแต่อ้างคุณงามความดี ยกตัวเองเป็นคนดี แล้วก็สร้างระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ และการดำเนินการทางกฎหมายแบบสองมาตรฐาน ที่มีแต่จะทำให้ปัญหาคอร์รัปชั่นรุนแรงขึ้น”

หากลงรายละเอียดในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ยิ่งพบว่า ป.ป.ช. คือองค์กรอิสระอันดับต้นๆ ที่มีคำถามจากสังคมในเรื่องความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และยังมีคำถามเรื่องการใช้อำนาจในการบิดเบือนกฎหมายรับใช้ผู้มีอำนาจรัฐ




นอกจากกรณีตีความให้ พลเอก ประยุทธ์ และคณะ ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน หรือ กรณี ‘เเหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน’ ของ พลเอกประวิตร ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่แห่งการ ‘หยิบยืมของเพื่อน’ ของเพื่อนอันโด่งดังแล้ว อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ยังมีคำถามอีกมากมายไปถึงความ ‘ไม่’ พยายามตรวจสอบฝ่าย ‘ความมั่นคง’ ทั้งที่เรื่องร้องเรียนและความฉาวโฉ่เกี่ยวกับการทุจริตในกองทัพ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมาก แต่กลับไม่มีการชี้มูลความผิดแม้แต่เรื่องเดียว เช่น กอ.รมน. โปร่งใสหรือไม่ ใช้งบไปทำอะไร

“ไปติดตามไล่ล่า นักเรียนนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเปลี่ยนแปลง ป.ป.ช. ได้เห็นข่าวครึกโครมเหล่านี้บ้างหรือไม่ เช่น กรณีทุ่มงบกว่า 300 ล้าน ซื้อเครื่องมือควบคุมม็อบดังเอกสารกองสรรพาวุธที่เผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้าง เครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งใช้คำว่า เสริมเขี้ยวเล็บรับมือการชุมนุม”

🔘 สั่งแก๊สน้ำตา 5,000 ลิตร ลิตร 22.3 ล้านบาท

🔘 กระสุนยาง 95,000 นัด

🔘 โล่กระบอง สนับแข้ง สนับเข่า 16,000 คู่ 26.5 ล้านบาท

🔘 สนับแข้งสนับเข่า 45.7 ล้านบาท

🔘 หมวกปราบจราจล 59.2 ล้านบาท

🔘 กระบองและอุปกรณ์ตี 17.4 ล้านบาท

🔘 ลวดหีบเพลง 1,000 ขด 2.6 ล้านบาท

🔘 รถอีก 5 คัน 87.9 ล้านบาท


หรือกระทั่ง การใช้งบประมาณของ ป.ป.ช. เองก็มีปัญหา ดังที่ อมรัตน์ ตั้งขอสังเกตต่อไปถึงการใช้เงินของ ‘กองทุน ป.ป.ช.’ ที่ไม่มีประสิทธิผลและไม่มีใครเป็นผู้ตรวจสอบ

ปีงบประมาณ 63 ออกแคมเปญ #พูดหยุดโกง 7 ล้านบาท
ปีงบประมาณ 64 มีการใช้ในลักษณะเดียวกันอีก 94 โครงการวงเงิน 94.6 ล้านบาท เช่น

🔘 โครงการ ‘บ่มเพาะคนดี’ งบ 4.9 แสนบาท ให้ มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์
🔘 โครงการ New Gen ต้านทุจริต งบ 1.2 ล้านบาทของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน
🔘 โครงการ พิมพ์หนังสือ ‘หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนากับหลักสูตรต้านทุจริต’ 10.5 ล้านบาท





นอกจากนี้ ก็ยังมีกรณีอื่นที่สภาส่งเรื่องเข้าไป แต่ ป.ป.ช. กลับไม่ยอมมีบทบาทขับเคลื่อนในเชิงรุกให้สมกับเป็นองค์กรหลักในการตรวจสอบคอร์รัปชั่น เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส. พรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการทุจริตสมัยที่ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเป็น อบจ.สงขลา แม้จะมีการชี้มูลความผิดโดย ป.ป.ช. ไปแล้วก็จริง แต่กลับเป็นว่า นิพนธ์ ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่อได้ สามารถบริหารงบประมาณ มีส่วนได้เสียในนโยบายออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ และยังสามารถให้คุณให้โทษข้าราชการ

“บทบาทของ ป.ป.ช. ควรออกมาสื่อสารกับสังคมว่า การชี้มูลนี้มีความศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ จากเรื่องนี้ผมได้ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ไปอีกเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ เพราะยังมีเจ้าพนักงานที่ดินที่กล้าออกโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก ทั้งที่ไม่มีหลักฐานการทำผลอาสินหรือการปลูกพืชของประชาชนบนเกาะ เพราะคนพื้นที่รู้ดีว่า พื้นที่นี้เป็นที่สาธารณะประโยชน์และใช้ร่วมกันเป็นร้อยปีแล้ว เรื่องแบบนี้สามารถออกโฉนดได้อย่างไร”





คำถามเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของเส้นทางเดินไปสู่จุดตกต่ำของ ป.ป.ช. ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องบอกว่านี่เป็น ‘สนิมที่เกิดแต่เนื้อในตน’ นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ทันทีที่ รายงานของ ป.ป.ช. เข้าสู่การพิจารณาของสภา จะมีหลายฝ่ายรอจองกฐินตั้งคำถามกันอย่างคึกคัก

ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 40 ด้วยความหวังว่าจะสามารถเป็นองค์กรหลักที่มีความกล้าหาญและมีจริยธรรม จึงมีการให้อำนาจอย่างมากเพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีประสิทธิภาพ เพราะถือเป็นหนึ่งในรากเหง้าปัญหาสำคัญที่ชอนไชกัดกินสังคมไทยมาทุกสมับ กระทั่งยังเป็นข้ออ้างคลาสสิคเพื่อทำรัฐประหารในแทบทุกครั้ง แต่กลับเป็นว่า ป.ป.ช. ชุดนี้เอง ที่มีที่มาจากรัฐประหารและปฏิบัติหน้าที่อย่างขยาดขลาดกลัว ทำตัวเสมือนเป็น ‘ดาวน์ไลน์’ ที่ไม่กล้าตรวจตอบเครือข่าย คสช. ซึ่งเป็น ‘อัปไลน์’ ตั้งตัวเองขึ้นมา


ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบที่ยากจะปฏิเสธว่า ทำไม ป.ป.ช. จึงต้องตกเป็นเป้าวิจารณ์ของสังคมอย่างรุนแรงและถูกค่อนขอดว่า แท้จริงแล้วชื่อองค์กรนั้นอาจย่อมาจาก ‘ปกป้องคนชั่ว’ หรือ ‘ปกปิดประชาชน’



ร่วมโหวตคำย่อ ป.ป.ช. ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand/photos/a.104388194526543/448060626825963/

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า