แฉ! เอกสารของบฯ ซื้อเพกาซัสจาก สตช. ยอมรับเต็มๆ ใช้มาตั้งแต่ปี 57 ตอนนี้ล้าสมัยขออัพเดทเป็นตัวใหม่

แฉ! เอกสารของบฯ ซื้อเพกาซัสจาก สตช. ยอมรับเต็มๆ ใช้มาตั้งแต่ปี 57 ตอนนี้ล้าสมัยขออัพเดทเป็นตัวใหม่


แฉ! เอกสารของบประมาณซื้อเพกาซัส จากสตช. ยอมรับเต็มๆ ใช้มาตั้งแต่ปี 57 ตอนนี้ล้าสมัยขออัพเดทเป็นตัวใหม่

หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดประเด็นที่รัฐบาลไทยซื้อสปายแวร์ระดับโลกถึง 3 ตัว ได้แก่ RCS, Pegasus และ Circles (ตามลำดับ Timeline) มาใช้สอดแนมประชาชน โดยมีเหยื่อทั้งนักวิชาการ นักเคลื่อนไหวการเมือง นักสิทธิมนุษยชน รวมถึงสมาชิกก้าวหน้า-ก้าวไกล 5 คน ได้แก่ ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, ชัยธวัช ตุลาธน, เบญจา แสงจันทร์, และปกรณ์ อารีกุล แต่รัฐบาลไทยกลับปฏิเสธ และโต้กลับว่าเอกสารที่พิจารณ์เสนอต่อสภาเป็นหลักฐานในการอภิปราย เป็นเพียงใบเสนอขาย ไม่ได้สามารถพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลซื้อเพกาซัส โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ ที่อ้างว่า ไม่รู้จัก ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กับบุคคลดังกล่าว เสมือนพยายามบิดเบือนว่ารัฐบาลไม่มีในครอบครอง



แต่ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดยังไงก็ไม่มิด กลิ่นเน่าย่อมโชยออกมาปรากฏต่อสาธารณะ

ล่าสุด ในการพิจารณางบประมาณประจำปี 2566 ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการนำเสนอเอกสารชี้แจงรายละเอียดการใช้งบฯต่อสภาผู้แทนราษฎร ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมถึงโครงการที่ชื่อว่า “โครงการจัดหาระบบรวบรวมและประมวลผลข่าวกรองชั้นสูง” ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. มูลค่า 350 ล้านบาท

จากเอกสารที่ สตช เจ้าหน้าที่ผู้ชี้แจง เป็นยอมรับว่า ในปัจจุบันการทำผิดกฎหมายมีการติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาเครื่องมือรวบรวมข้อมูลข่าวกรองที่มีเทคโนโลยีสูงและทันสมัย แนบเนียน เป้าหมายไม่ทราบว่าถูกติดตาม และไม่มีร่องรอยสืบกลับมาถึงผู้ติดตาม ลักษณะการทำงานของระบบ เป็นการเฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย เข้าถึงตำแหน่งที่อยู่ ดึงข้อมูลทั้งหมดในมือถือ และใช้กล้องมือถือของผู้ต้องสงสัยได้

เมื่อพิจารณาเอกสารประกอบที่ได้จากหน่วยงานผู้ชี้แจง ชัดเจนว่านี่คือการใช้งานสปายแวร์ “เพกาซัส” ทั้งชื่อของยี่ห้ออุปกรณ์ที่อยู่ในใบเสนอราคา “Q Cyber” เป็นชื่อของบริษัทลูกของ NSO ผู้ผลิตเพกาซัส และทั้งการบรรยายสรรพคุณ ซึ่งตรงกับศักยภาพของเพกาซัสทุกประการ

แถมทางตำรวจยังระบุอีกด้วยว่า ที่ต้องของบประมาณจัดซื้อสปายแวร์ตัวใหม่ เพราะตัวที่มีอยู่เดิม เจาะได้แค่ iOS 12 ซึ่งทำให้ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ!

เอกสารจากสตช. ระบุว่ามีการใช้งานสปายแวร์ตั้งแต่ปี 2557 และใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Circles และเพกาซัส แถมยังระบุว่าการใช้งานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ข้อ 4 การพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย และข้อ 1 ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง

ทันสมัยแบบนี้ ถ้าเอาไปใช้กับพ่อค้ายาก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ประชาชนไทยอย่างน้อย 35 คนที่ตรวจพบเพกาซัสในโทรศัพท์มือถือ ไม่มีใครเป็นพ่อค้ายาแน่ๆ แบบนี้มีความเป็นไปได้ 2 กรณี คือยังมีหน่วยงานอื่นที่ซื้อเพกาซัส และใช้มันเล่นงานประชาชน หรือ บช.ปส. ใช้งานสปายแวร์โดยเกินขอบเขตอำนาจของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ!

อย่าลืมว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ส.ส. พิจารณ์ เปิดเผยว่ามี 3 หน่วยงานไทย ที่ถูก Citizen Lab องค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของแคนาดา ตรวจพบว่าใช้สปายแวร์เพกาซัส Circles คือหน่วยข่าวกรองทหารบก, กอ.รมน., และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

เรารออยู่ว่า เมื่อไหร่อีก 2 หน่วยงานที่เหลือ จะออกมารับผิด ว่าสอดแนมประชาชน

และเมื่อไหร่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยอมรับเสียทีว่าเป็นอาชญากรไซเบอร์ ที่ใช้ภาษีประชาชน ซื้ออาวุธสงครามมาใช้ห้ำหั่นประชาชนเพื่อรักษาเก้าอี้ตัวเอง


อ่านเอกสารฉบับเต็ม ที่นี่


Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า