สุเทพ “แรงงานก้าวไกล” ย้ำ: ตรวจโควิดต้องเป็นสิทธิ์ถ้วนหน้า เสนอรวมตรวจโควิดเข้าสิทธิ์ประกันสังคม


หลังจากที่กระทรวงแรงงานได้เปิดหน่วยบริการตรวจโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตน ม.33, ม.39, ม. 40 “ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง” นายสุเทพ อู่อ้น ในฐานะตัวแทนแรงงานพรรคก้าวไกล ได้ออกมาให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว


“สิ่งที่กระทรวงแรงงานทำนั้น ดีกว่าไม่ทำอะไร แต่เราคิดว่าที่ทำนั้นเป็นแค่การแก้ไขส่วนเล็กๆ ส่วนเดียวในวิกฤตทั้งหมดที่แรงงานไทยต้องเผชิญในสถานการณ์โควิด กระทรวงแรงงานยังทำงานไม่มากพอเพื่อพาพี่น้องแรงงานผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”


สุเทพยังให้ความเห็นอีกว่าศูนย์ให้บริการของกระทรวงแรงงานมีจำกัดมาก แค่เพียงบางสถานที่ในเขตกรุงเทพฯ และจุดต่างๆ ในจังหวัดใกล้เท่านั้น กลุ่มเสียงอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านนิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่ที่มีแรงงานภาคบริการอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก


“พื้นที่ให้บริการของกระทรวงแรงงานค่อนข้างจำกัด เท่าที่เห็นตอนนี้มีเปิดที่สนามกีฬา (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ที่เดียว แรงงานที่อยู่ที่อื่นเข้าถึงไม่ได้ คนที่ไม่ใช้ออนไลน์ลงทะเบียนไม่ได้ การเปิดศูนย์ตรวจขนาดใหญ่ที่เดียวเราก็มีความกังวลว่าจะยิ่งเป็นการแพร่กระจายเชื้อหรือไม่ ถ้าสมมติผู้มีเชื้อเดินทางไปตรวจ กว่าจะเดินทางไปถึง ต้องผ่านรถเมล์ ผ่านที่ชุมชนมากเท่าไหร่”


นอกจากนี้ การมีสิทธิ์เข้ารับการตรวจโควิดยังต้องเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเสี่ยง และรัฐบาลควรผลักดันให้มีการตรวจโควิดให้มากที่สุด เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายเชื้อ


“โครงการที่กระทรวงแรงงานทำ ทำเหมือนการได้สิทธิ์ตรวจโควิดเป็นสิทธิ์ที่กระทรวงแรงงานมอบให้ แล้วก็จะเอามาอ้างเป็นผลงาน เป็นบุญคุณของรัฐมนตรี ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่ ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิ์รักษาพยาบาลจากเงินสมทบประกันสังคมอยู่แล้ว ทำไมกระทรวงแรงงานไม่ผลักดันให้สิทธิ์ประกันสังคมครอบคลุมการตรวจเชื้อโควิด-19 แล้วให้ใช้บริการได้จากโรงพยาบาลตามสิทธิ์ทุกพื้นที่ได้เลย”


“ถ้าถามว่าต้องใช้งบประมาณเพิ่มไม่ ผมก็อยากถามว่ารัฐบาลมีงบให้กองทัพ มีงบให้ราชการเยอะแยะ ผมจึงถามว่าวันนี้ระหว่างกองทัพ กับการตรวจเชิงรุกเพื่อจัดการโควิดอะไรสำคัญมากกว่ากัน ความจริงแล้วการตรวจโควิดฟรีมันต้องไม่ใช่สิทธิ์เฉพาะแรงงาน แต่ต้องเป็นสิทธิ์ที่คนไทยทุกคนเข้าถึง”


สุดท้าย สุเทพย้ำว่าการช่วยเหลือแรงงานสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ให้เปิดศูนย์ตรวจโควิดฟรี แต่ต้องมีการดำเนินการที่มากขึ้น


“สิ่งที่ผมกังวลใจคือถ้าท่านรัฐมนตรีคิดว่าการเปิดศูนย์นี้แล้ว คิดว่ามีผลงานแล้ว แล้วไม่ทำอะไรต่อเพื่อพี่น้องแรงงาน ผมคิดว่าที่ทำก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่เราอยากเห็นตอนนี้คือรัฐมนตรีแรงงานต่อสู้เพื่อสิทธิ์เงินเยียวยาของแรงงานที่ได้รับผลกระทบมากแค่ไหน เพราะคนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่าแค่แรงงานที่ถูกสั่งปิดตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ แรงงานหลายคนรายได้ลด โอทีลด ถูกเลิกจ้างมากแค่ไหน คนตกงานกระทรวงแรงงานช่วยเหลืออย่างไร เงินกองทุนว่างงานของผู้ประกันตนที่รัฐบาลเอาไปใช้เยียวยาคนที่ถูกล็อคดาวน์จากคำสั่งรัฐบาล กระทรวงแรงงานได้ปกป้องผลประโยชน์ตรงนี้บ้างไหม ผมคิดว่านี่คือบทบาทของกระทรวงแรงงานที่เราอยากเห็นในภาวะวิกฤต” สุเทพกล่าวทิ้งท้าย