เปิดพฤติกรรมน่าสงสัยในการพิจารณางบ 65

เปิดพฤติกรรมน่าสงสัยในการพิจารณางบ 65


กรรมาธิการงบประมาณก้าวไกลข้องใจ การพิจารณางบประมาณมีพฤติกรรมน่าสงสัยส่อทุจริต แนะต้องเปิดเอกสารให้โปร่งใส-ถ่ายทอดการประชุมให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ


สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, และ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ได้ออกมาแถลงถึงผลความคืบหน้า และข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการพิจารณางบประมาณ

ย้อนชมไลฟ์สด https://youtu.be/nne4p_Yfu8s



โดยปกรณ์วุฒิกล่าวว่า การจัดสรรงบของรัฐบาลที่ให้กับหน่วยงานราชการต่างๆนั้น ล้มเหลว และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

ในวิกฤต ที่พี่น้องประชาชนต้องเผชิญความยากลำบาก แต่เรายังเห็น “การใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย” เช่น กระทรวงต่างประเทศ ของบจัดซื้อ รถให้ทูต คันละ 3-4 ล้าน ถึง 14 คัน ของบชุดผ้าม่าน เครื่องอุ่นจาน หรือ การปรับปรุงสนามเทนนิสให้กับสถานทูตต่างๆ หรือกระทรวงวัฒนธรรมที่ของบเพื่อมาจัดงาน Fashion week ในกรุงเทพฯ ทั้งที่กำลังอยู่ในวิกฤตโควิด-19

นอกจากนี้ เรายังตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงานของข้าราชการกระทรวงต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฐานเสียง หรือพรรคพวกตัวเอง เช่น การจัดสรรวัคซีนให้จังหวัดบุรีรัมย์มากเป็นพิเศษ และยังมีการทำงานของกรรมาธิการฝั่งรัฐบาลมีการปิดกั้นไม่ให้พูดในบางประเด็น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกองทัพ และงบสถาบันฯ ซึ่งมีกรรมาธิการหลายท่าน โดยเฉพาะประธานในที่ประชุมที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นองครักษ์ของเหล่าทัพต่างๆ



ในขณะที่ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ในฐานะอนุกรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้ตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่าการพิจารณางบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการก็พบความไม่โปร่งใสหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น ราคาจัดซื้อจัดจ้างที่หน่วยงานเสนอมานั้นส่วนใหญ่แพงกว่าท้องตลาดมาก บางรายการแพงกว่า 3-4 เท่า และใบเสนอราคาที่นำมาแสดงจำนวนมากเป็นใบเสนอราคาที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีลายเซ็น ไม่มีรายละเอียด บริษัทไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับครุภัณที่จะขาย และที่น่าเกลียดคือ การนำใบเสนอราคาที่จัดทำขึ้นมาใหม่เพื่อให้ กมธ. พิจารณา

“ตอนนี้หน้าที่หลักของ ส.ส. คือการนั่งเช็คราคา และพบว่าจับไปตรงไหนก็เจอ ทั้งที่ความจริงหน้าที่ อนุกรรมาธิการ ควรเป็นการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ ไม่ใช่การนั่งตรวจสอบความผิดปกติของราคาจัดซื้อ เราคิดว่าถ้าสำนักงบประมาณทำงานตรวจสอบการจัดซื้ออย่างถี่ถ้วน จะทำให้อนุกรรมาธิการได้ทำงานตามหน้าที่ที่ควรทำ และจะสามารถช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้อีกจำนวนมาก ความผิดปกติของการจัดซื้อจัดจ้าง จะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบในครั้งต่อไป”



สำหรับการทำงานที่ผิดปกติในชั้นกรรมาธิการนั้น สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติและน่าเคลือบแคลงสงสัย ไม่ว่าจะเป็น การเข้าห้องเย็น หมายถึง มีการเรียก “หัวหน้าหน่วยงาน” มาเจรจากันนอกรอบ ไม่ว่าจะเป็น “ก่อนหรือหลัง” การชี้แจงในคณะอนุ กมธ. ซึ่งอาจมีการเจรจากันในเรื่องการปรับลดงบประมาณ หรือพูดคุยกันตามประสาคนรู้จัก หรืออาจมีการเรียกรับผลประโยชน์อื่นใด ก็มิอาจทราบได้ เพราะเป็นการเจรจากันในทางลับ

การขู่เชือดหนัก คือการที่มีอนุ กมธ. บางท่านขู่ว่าจะตัด 20% บ้าง 50% บ้าง พอข้าราชการเจอแบบนี้ก็กลัว เปิดโอกาสให้มีการ “เรียกเคลียร์” ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเจรจาต่อรองบางอย่างได้

ของข้าใครอย่าแตะ หมายถึง การที่กรรมาธิการบางท่านทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์งบประมาณของหน่วยงานมากอย่างผิดปกติ ในหลายกรณี แม้ตัวโครงการจะฟังดูดี แต่ก็อาจมีบางรายการที่พอปรับลดได้ เช่น ค่าเช่าคอมพิวเตอร์ซึ่งมักแพงเกินจริง ค่าเครื่อง Fax ซึ่งแทบไม่มีคนใช้แล้ว ค่าอบรม สัมมนา เดินทางไปต่างประเทศก็ควรลด-ละ-เลิก ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ แต่หลายกรมมีองครักษ์มาปกป้อง “ของข้าใครอย่าแตะ” ทั้งที่ความเป็นจริงมันต้องแตะได้หมดครับ เพราะเรามาทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ได้มาตัดงบเพื่อเอามาแบ่งกัน
.
และสุดท้าย การขอทอนคืน บางทีเราทำการบ้านมาอย่างดีเพื่อปรับลดไขมันส่วนเกิน จนหน่วยงานเถียงไม่ออกแล้ว หลักฐานชัดเจนว่าปรับลดได้ และหน่วยงานก็ยอมปรับลดแล้ว เช่น 1% แต่ดันมี กมธ. บางท่านอยากเอาใจหน่วยงาน เสนอให้ไม่ต้องปรับลดเลยแล้วใช้เสียงข้างมากดันให้ผ่านไปเฉย ทำให้เราตั้งข้อสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

สุดท้าย ปกรณ์วุฒิได้เรียกร้องให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส มีการจัดทำเป็นรูปแบบไฟล์ spreadsheet หรือ Excel เพื่อให้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ในหลายมิติ และสะดวกรวดเร็ว จะต้องส่งล่วงหน้าและอัพโหลดไฟล์ดิจิทัล ขึ้นเว็บไซต์ให้ดาวน์โหลดได้เป็นสาธารณะ รวมทั้ง การประชุมทั้งหมด ควรจะต้องมีการถ่ายทอดสดในช่องทางออนไลน์ และบันทึกเก็บไว้ เพื่อให้ประชาชนได้จับตาพฤติกรรมต่างๆของหน่วยงานราชการและกรรมาธิการเอง เพราะในหลายครั้ง เหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลต่างๆนั้น ก็เกิดขึ้นจากสาเหตุที่ว่า ผู้ที่กระทำนั้นรู้ว่า ไม่มีใครจับตาดูอยู่ หากมีการถ่ายทอดสดออกไป ผมเชื่อว่า พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นน้อยลง

ปัจจุบัน กรรมาธิการงบประมาณได้พิจารณาหน่วยงานครบทุกหน่วยงานแล้ว ซึ่งจากการทำงานอย่างหนักของกรรมาธิการทุกท่าน ณ วันที่ 24 ก.ค. 64 เราได้ทำการรีดไขมันของงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยไปแล้ว 9 อนุกรรมาธิการ เป็นเงิน ประมาณ 24,000 ล้านบาท ไม่รวม งบครุภัณฑ์ของ กองทัพเรือ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ถูกแขวน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะยังมีขั้นตอนการขออุทธรณ์งบอีกในสัปดาห์หน้า

ซึ่งพรรคก้าวไกล จะพิจารณานำงบประมาณส่วนนี้ไปจัดสรรคืน โดยให้ลำดับความสำคัญ กับงบที่ไม่สามารถนำไปทุจริตได้ และเป็นสวัสดิการแก่ประชาชน เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, กองทุนประกันสังคม หรือในส่วนอื่นๆ เช่น เงินชดเชยภาษีที่ดินให้กับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปกระจายคืนให้เทศบาลตำบลและอบต. และภาษีที่ดินที่เทศบาลนครและเทศบาลเมือง 200 กว่าเทศบาล ต่อไป

Login