“เปิดประเทศ = เปิดเศรษฐกิจ” ควรเปิดให้ได้ แต่ต้องมีเกณฑ์วัด ‘ความปลอดภัย’

“เปิดประเทศ = เปิดเศรษฐกิจ” ควรเปิดให้ได้ แต่ต้องมีเกณฑ์วัด ‘ความปลอดภัย’


เปิดประเทศ = เปิดเศรษฐกิจ ‘วิโรจน์’ ย้ำ ต้องทำให้ได้ แนะออกดัชนีชี้วัด ‘ความปลอดภัย’ ให้ชัด สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศภายใน 120 วันว่า การเปิดประเทศคือการเปิดให้ระบบเศรษฐกิจทำงาน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เหนี่ยวนำให้เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจอื่นอีกมาก ให้ดำเนินไปได้ใกล้เคียงภาวะปกติและควบคุมการแพร่ระบาดได้


ย้อนชมคลิปการแถลงข่าว


กำหนดการเปิดประเทศคือ ภายในวันที่ 15 ต.ค. พรรคก้าวไกล เห็นว่า จำเป็นและต้องทำให้ได้ ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วม ไม่รู้ดัชนีและมาตรวัด การต้องรอคอยเพียงประกาศจากรัฐบาลเท่านั้นจะทำให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง ไม่อาจวางแผนตระเตรียมล่วงหน้าใดๆ ได้ หรือแม้จะเปิดประเทศได้จริงก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในระลอกต่อไปได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ การที่รัฐบาลไม่มีมาตรวัดหรือดัชนีที่ชัดเจนจึงทำให้ประชาชนสับสน

“นายกรัฐมนตรี บอกกับสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จะเปิดประเทศในเดือนตุลาคมนี้ บางพื้นที่ตามความพร้อม ต่อมา 15 กันยายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม จะเปิดให้มีการท่องเที่ยวได้ใน 5 จังหวัด รวมถึง กรุงเทพมหานคร และระบุว่าได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรุงเทพมหานครไว้แล้ว ต่อมาในวันเดียวกัน บอกว่า สำหรับกรุงเทพฯ จะขยับการเปิดเป็น 15 ตุลาคม”

“แต่ในวันรุ่งขึ้น 16 กันยายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบอกยังไม่ได้รายงานและยังไม่หารือกันทั้งที่อยู่ในพรรคเดียวกัน วันที่ 17 กันยายน ผู้ว่า กทม. ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยพูดว่าจะเปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ และเพื่อความสบายใจของคนกรุงเทพ ให้ไปฉีดวัคซีนให้ครบร้อยละ 70 ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน ทั้งยังบอกอีกด้วยว่า ใครจะมาตัดสินใจแทนไม่ได้เพราะตนใหญ่สุด”

วิโรจน์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความไม่มีเอกภาพของรัฐบาลและยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องสำคัญเลย การแจ้งดัชนีและมาตรการชัดเจนให้ประชาชนรับทราบจึงสำคัญอย่างยิ่ง


ทั้งนี้ เพื่อให้การเปิดประเทศเป็นความหวัง พรรคก้าวไกล จึงเสนอแนะให้รัฐบาลกำหนดดัชนีและมาตรการการเปิดประเทศเพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ดังนี้

  1. อัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม โดยไม่ควรนับผู้ได้วัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ที่ปัจจุบันภูมิน่าจะลดไปมากแล้วและไม่สามารถรับมือเชื้อกลายพันธุ์ได้ อัตราการฉีดอาจรายงานทั้งภาพรวม หรือรายงานกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ต้องกำหนดดัชนีการฉีดวัคซีนสูงกว่าภาพรวม การฉีดครบ 2 เข็มในพื้นที่ประชากรหนาแน่น เพราะมีความเป็นไปได้ต่อการระบาดในรอบถัดไป จึงควรชัดเจนว่าการฉีดในกลุ่มเหล่านี้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละเท่าไหร่ เป็นตัวชี้วัดว่าจะเปิดพื้นที่ใดก่อนหลัง และยังจะช่วยรณรงค์ให้ประชาชนไปรับวัคซีนในทางอ้อมด้วย
  2. ความพร้อมและศักยภาพของโรงพยาบาล ทั้งจำนวนเตียงและเครื่องช่วยหายใจ ชุดป้องกัน เวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ระบบคอลเซ็นเตอร์ ระบบจ่ายยา การรับส่งต่อผู้ป่วย ฮอสพิเทล และโรงพยาบาลสนามที่รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดทันที
  3. สต็อกของยาที่จำเป็นต่างๆ ทั้งยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์และเรมเดซิเวียร์ ยารักษาภาวะปอดอักเสบ และยารักษาผู้ป่วยหนัก ต้องมีรองรับที่กำหนดไว้ว่าไม่ควรต่ำกว่าเท่าใด พร้อมกับแผนการสต็อกยาที่ซักซ้อมไว้แล้ว เพื่อประกอบการตัดสินใจร่วมกัน
  4. สต็อกชุดตรวจ ATK และมาตรการแจกจ่าย แผนการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับการคัดกรองเป็นระยะ เพื่อมั่นใจว่ารัฐบาลตรวจสอบและป้องกันอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสกัดการระบาดได้ทันท่วงที แต่ขณะนี้แม้แต่การเข้าถึงชุดตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายก็ยังไม่ชัดและไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

“พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการเปิดประเทศสำคัญ รัฐบาลมักบอกว่าทุกประเทศเจอโควิดเหมือนกัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ต้องย้ำให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเข้าใจว่า แม้ทุกประเทศในโลกเจอโควิดเหมือนกัน แต่ว่าแต่ละประเทศได้รับผลกระกระทบแตกต่างกันตามแผนรับมือ

“ประเทศที่รับมือดี ฉีดวัคซีนเร็วก็คุมผลกระทบได้มากกว่า แผนจัดหาวัคซีน การฉีดวัคซีน การคัดกรอง การเตรียมเวชภัณฑ์ การเข้าถึงยา การเยียวยาผู้ประกอบการ สิ่งเหล่านี้ทำให้แต่ละประเทศฟื้นตัวได้ช้าเร็วต่างกัน ประเทศที่ฟื้นตัวเร็ว มีมาตรการรับมือโควิดให้กลายเป็นโรคประจำถิ่นเพื่อจำกัดความสูญเสียได้ ก็จะมีโอกาสมากทางเศรษฐกิจ ประเทศที่ฟื้นตัวได้ช้าและไม่มีมาตรการรับมือก็มีโอกาสจะเผชิญการแพร่ระบาดในระลอกถัดไปและจะประสบกับความถดถอยล้าหลังในที่สุด

“พรรคก้าวไกลย้ำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีดัชนีและมาตรการที่ชัดเจนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีความหวัง มีความมั่นใจที่จับต้องได้ สามารถเตรียมพร้อมล่วงหน้า อย่าให้ต้องรอคอยการประกาศจากรัฐบาลแล้วยังต้องเผชิญความขัดกันเองของรัฐบาลอีก ซึ่งสะท้อนความไม่เป็นเอกภาพ พรรคก้าวไกลจึงขอให้นำมาตรการทั้งหมดไปเร่งพิจารณาดำเนินการ”

โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุ

Login